
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
♣ ความใส่ใจ ♣
เมื่อรักหมายถึงห่วงใย
เคยมีใครถามคุณไหมว่า "ความรักคืออะไร?"
ผมคิดว่าวันนี้ผมมีคำตอบให้คุณแล้วล่ะ
คำที่ใช้แทนคำว่า "ความรัก"
ได้ดีที่สุด น่าจะเป็นคำว่า "ใส่ใจ"
หากคุณคิดที่จะบอกรัก
หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน
ลองถามตัวเองดูว่า คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน?
ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความเอาใจ
หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า
คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร
แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้
ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อซื้อซื้อของเยอะแยะมากมาย
เพื่อเอาใจ...
นั่นแหละถึงเรียกว่า ความใส่ใจ ความใส่ใจ ไม่ใช่
ความหึงหวง
หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน
ถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง
เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง
ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก
ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น...
นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ
ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว
หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย
หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณซักอย่างด้วยความตั้งใจ
แต่คุณกลับไม่ชอบมัน
คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย
หากคุณทะเลาะกับคนรัก แต่แล้ววันรุ่งขึ้น
คนรักของคุณยังโทรมา
แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ เหมือนทุกๆวัน
ทั้งๆที่ยังไม่หายโกรธ...
นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ
หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง เอาไว้ทีหลัง
เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ.. .นั่นแหละเรียกว่า
ความใส่ใจ
คนเราบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง
หากคุณต้องเดินทางไกล มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า
"ถึงหรือยัง" "ปลอดภัยดีไหม" "เหนื่อยไหม"
หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเรื่องงาน
หรือเรื่องเรียน
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้
และโทรมาบอกว่า "โชคดีนะ"
"ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้ "
หากคุณต้องขับรถคนเดียว มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า
"ขับรถดีๆนะ" หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา และพักผ่อนมากๆ
ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ คล้ายกันในหลายๆด้าน
คุณอาจคิดว่า
ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่
ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน
แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่
ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน
สำหรับผู้ที่ได้รับความใส่ใจจากใครซักคนมา
แต่กลับตีค่าความใส่ใจเป็นสิ่งอื่น ๆที่เลวร้ายไปกว่านั้น
นั่นอาจหมายถึงคุณไม่เคยใส่ใจเค้าเหมือนที่เค้าใส่ใจคุณ
คุณจึงไม่รู้จักความหมายที่แท้จริงของคำว่าใส่ใจ
คุณกำลังทำร้ายผู้ให้อย่างที่สุด และจงรับรู้ไว้เถอะว่า
คุณไม่สมควรได้รับ ความใส่ใจจากเค้าอีกเลย.............
ความเกรงใจเป็นสิ่งดี
และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน
คุณเห็นไหมล่ะว่า ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน
เพียงแต่วันนี้ คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง?
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553
คำคม
คำคมความรัก 1.
คำคมความรัก 2.
คำคมความรัก 3.
คำคมความรัก 4.
คำคมความรัก 5.
คำคมความรัก 6.
คำคมความรัก 7.
คำคมความรัก 8.
คำคมความรัก 9.
คำคมความรัก 10.
คำคมความรัก 11.
คำคมความรัก 12.
คำคมความรัก 13.
คำคมความรัก 14.
คำคมความรัก 15.
คำคมความรัก 17.
คำคมความรัก 18.
คำคมความรัก 19.
คำคมความรัก 20.
“ความรักครั้งเก่า ”. . . ทำไม ลืมไม่ได้?
ทั้งๆ ที่เราก็ห่างกันไปตั้งนาน . . . แต่ทำไมฉันยังคงคิดถึงเธอ
เธอเอง. . . ก็ไม่ได้ดีกับฉันสักเท่าไหร่
แต่. . . ทำไมฉันถึงลืมเธอไม่ลง
ทั้งที่ฉันก็มีใครอยู่แล้ว แต่ฉันก็ไม่สามารถลืมเธอได้
เธอเองที่ทิ้งฉันไป . . . หลอกให้ฉันรัก หลอกให้ฉันรอ
ฉันผิดเหรอ. . . ที่เมื่อถูกทิ้ง
. . . เมื่ออ้างว้าง แล้วมีใครใหม่
ฉันอ้างว้าง. . . เฝ้ารอแต่เธออย่างเลื่อนลอย
เมื่อเจอคนที่ดี. . . ฉันจึงไขว่คว้าเขาไว้
ฉันไม่รู้ว่า. . . วันหนึ่งเธอจะกลับมาหา
ฉันไม่รู้ว่า. . . เธอคิดยังไงกับฉัน
อยากรู้จังว่า. . . ถ้าฉันไม่ได้มีคนๆ นี้ อยู่
เธอจะกลับมาอยู่กับฉัน. . . แบบจริงจังหรือเปล่า
คำตอบมันอยู่ที่เธอ. . . ซึ่งฉัน คงไม่มีวันได้รู้
วันนี้เธอกลับมาหาฉัน ฉันเองก็อยากจะกลับไปหาเธอ
แต่. . . คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
เพราะฉันเองก็มีใครคนนั้นอยู่ . . .
ถึงแม้ว่า. . . ฉันจะรักเขาไม่เท่าเธอ แต่ฉันก็เลือกแล้ว
ถึงแม้. . . ฉันจะรักเธอมากแค่ไหน ฉันก็คงต้องพยายามตัดใจ
. . . ทั้งๆ ที่พยายามตัดใจมาเกือบ 4 ปี
ฉันก็ยังคงลืมเธอไม่ได้อยู่ดี. . . ไม่รู้ทำไม
ถึงจะไม่มีสิทธิ์ได้ใจเธอ . . .
ฉันก็จะยังรักเธอและจะเก็บเธอไว้สุดใจ
ฉันจะทำอย่างไรดี?. . . ถึงจะลืมเธอได้
ฉันสงสาร คนที่ฉันเลือกเหลือเกิน
แต่. . . ก็ตัดใจให้ลืมเธอ ไม่ได้สักที
แล้วฉันควรจะทำอย่างไรดี. . . ฉันจะทำอย่างไรจึงจะลืมได้
ทำไม. . . ฉันจึงต้องรักเธอมากขนาดนี้นะ
ฉันคงไม่เคยมีตัวตน. . . ในความฝัน และความจริงของเธอใช่ไหม?
วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553
ข้อคิดจากถังน้ำสองใบ
ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ
วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553
เริ่มคบกันใหม่ๆ ทำยังไงดีน๊า
ดูซิว่ารักกันจริงป่าว พอตกลงปลงใจคบกันเป็นแฟนแล้วเนี๊ย พวกผู้ชายหลายคน มักจะมีการเปลี่ยนแปลง ทางการกระทำไปบ้าง จากที่เคยมาหารับส่งเช้า เย็น โทรหาทุกชั่วโมง
ความเป็นห่วงเป็นใย อาจจะมีลดน้อยลงไปบ้าง ไม่ต้องตกอกตกใจ ไปหรอกนะ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่จะมานั่งเฉย ๆ รอจนเค้าหายไปทีละนิดทีละหน่อย ไม่ได้หรอกนะจ๊ะ ต้องทำให้เค้าคิดถึง และสนใจในตัวเธอด้วยเหมือนกัน
อย่างเวลาที่ไม่ได้เจอกัน อย่ามัวแต่นั่งจับเจ่าอยู่กับที่ ปล่อยใจให้สบาย ๆ แล้วไปเดินเล่นชอปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลงกับเพื่อน ทำกิจกรรมที่เธอชอบตามสบาย ให้เค้าได้คิดถึง โหยหาเธอบ้าง ว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน กับใคร ในการอิสระกันและกันแบบนี้ เป็นการทดสอบใจกันที่ดีอย่างนึงเลยน๊า ถึงแม้ต้องอยู่ไกลกัน แต่เธอกับเค้ายับงมีความรู้สึกที่ดี ๆ ให้กันตลอดไม่เปลี่ยนแปลง แล้วเธอจะได้ไม่ต้องหวั่นไหวงัยหล่ะ
อย่าทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของกันเชียวหล่ะ
อย่าเลยนะยะ อย่าได้ทำเป็นอันขาดเชียวกับการทำตัวเป็นเจ้าเข้า เจ้าของกันเนี่ย ทั้งการตามตื้อ บังคับ ข่มขู่สารพัด ไปไหนไม่ได้ จะคุยจะเล่นกับใครยิ่งโดยเฉพาะผู้หญิงด้วยแล้วห้ามเข้าใกล้เป็นอันขาด ไม่งั้นมีอันต้องของขึ้นฟิวส์แตกกันไปข้างนึง หยุดเลยนะยะรู้จักการยับยั้ง หักห้ามใจตัวเองไว้ซะบ้าง ถึงแม้เธอเองจะเป็นคนขึ้หึงขนาดไหนก้อตาม อย่าได้ทำเชียวนะ (รู้น่าว่าแฟนข้าใครอย่าแตะ แต่มีวิธีที่ดีกว่านั้น) ถ้าเธอเกิดออกอาการขึ้นมารับรองได้เลยว่าแฟนเธอคงเตรียมเผ่นเร็ว ๆ นี้แน่นอน
อย่าไปโทรตามจิกเค้าบ่อย ๆ
ทุกคนต้องมีเวลาทำเรื่องส่วนตัวกันบ้าง ไหนจะเรียน ไหนจะกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ ถ้ามัวแต่มาคอยนั่งรับโทรศัพท์ รายงานตัวตลอดเวลาไม่มีใครเค้าทนไหวหรอก จะทำอะไรมีคนมาคอยจับผิด ขยับตัวไปไหนไม่ได้ ต้องถามนู่นถามนี่เรื่องมากไม่เป็นอันทำอย่างอื่น คงไม่ไหวแน่ และจะทำให้เค้ารู้สึกรำคาญเปล่า ๆ รู้จักการปล่อยวางซะบ้าง พวกผู้ชายเค้าไม่ชอบการโดนบังคับหรอก เพราะเค้าจะยิ่งหาวิธีหลบหลีก จากนั้นจะตามมาด้วยการโกหกในที่สุด เชื่อเถอะว่าถ้าเธอไม่ทำแบบนี้ แล้วให้เค้ารู้สึกว่าอยู่กับเธอแล้วสบายใจ มีความสุข ถึงแม้เค้าจะมีเถลไถลไปบ้าง แต่ที่สุดแล้วเค้าจะต้องอยู่กับเธอ เพราะใคร ๆ ก้ออยากอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกดีกันทั้งนั้นแหละ หรือเธอไม่อยาก
อยากได้แบบไหนให้เริ่มทำตั้งแต่แรกเลย
ข้อนี้สำคัญเหมือนกันนะ เพราะส่วนใหญ่พอเริ่มคบกันไปนาน ๆ แล้วชอบมาบ่นกันว่า ไม่เห็นทำโน่นให้เลย ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย สารพัดสารพันที่จะพูด ทั้งที่ตอนแรก ๆ เนี่ยไม่ทำไม่เป็นไร ไม่เคยว่า ไม่เคยบ่น ผู้ชายเค้าเลยเข้าใจว่าเธอชอบแบบนั้น แล้ววันนึงอยู่ดี ๆ เกิดมาเรียกร้องเอาทีหลังใครเค้าจะรู้หล่ะ เพราะฉะนั้น ตั้งแต่แรกเริ่มคบกัน อะไรที่อยากจะให้ทำ ให้เป็น ก้อทำให้เกิดขึ้นซะตั้งแต่ต้นเลยดีกว่า ขืนปล่อยเลยตามเลยจนติดเป็นนิสัย แล้วใครเค้าอยากจะมานั่งปรับเปลี่ยนกันอีก
ถ้าอยากให้เค้าดูแลเอาใจใส่ อย่าทำตัวเป็นหญิงแกร่งแบบว่าไม่ต้องมาดูลาชั้น ชั้นทำเองได้ เข้าใจอะไรดีทุกอย่าง ไม่เรียกร้อง ไม่โวยวาย บอกได้เลยว่าเธอแย่แน่ ๆ รีบใช้โอกาสตอนที่พึ่งเริ่มคบกันใหม่ ๆ เนี่ยแหละ ตอนที่ยังชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ทำให้รู้เลยว่าถ้าเค้าทำดีจะได้รับอะไรตอบแทน และถ้าเค้าทำอะไรให้เธอไม่พอใจเธอจะทำยังงัย อย่างเวลาที่เค้าเอาใจใส่ เทคแคร์ ดูแลเธอดีเธอก้อจะอารมณ์ดี ไม่บ่น ไม่ว่า อยากไปไหนจะให้ไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เค้าทำให้เธอไม่พอใจ เธอไม่ต้องไปโกรธ หรือโมโหเค้าหรอก
วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ทำอย่างไร..เมื่อคุณรักเขาข้างเดียว?
คุณกำลังกลัวความรัก?
"ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป" คำกล่าวที่มีความหมายดีๆ นี้ดูสวยงาม แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ จริงๆ ในสายตาของบางคน ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว
ที่เป็นอย่างนี้ อาจเพราะพวกเขารู้สึกว่าการนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก ก็เหมือนกับการเสี่ยง . . .เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ
ถูกทำให้ผิดหวัง . . .ถูกทอดทิ้ง . . .และทำให้เจ็บปวด จึงเป็นที่มาของความรู้สึก . . .กลัวความรัก
แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่มันก็มีค่า . . .ต่อการมีชีวิตอยู่ เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย
อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่าไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่ากลัวควมรัก ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่ามีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว ไม่จำเป็นต้องพบเจอ และสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น
แต่ลืมนึกไปว่า . . . ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึกๆ แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างนั้น
หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่ายๆ
แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้าง เผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก หยูกยาก็ติดไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้
แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร . . .รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง แต่เชื่อมั้ยว่า . . . การเดินทางครั้งต่อไปของเรา มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ . . . ว่ามั้ย . . .?
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ควรงีบดีหรือไม่ในเวลากลางวัน
หากคุณไม่ได้ป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับแล้วการงีบหลับสักเล็กน้อยในช่วงเวลา 13.00 น.-16.00 น. ก็เป็นผลดีต่อร่างกายเหมือนกันครับ แต่ก่อนที่จะหาที่เหมาะๆเพื่องีบหลับคลายง่วงนั้นต้องไม่ลืมพิจารณาตามหลักการต่อไปนี้คือ
ต้องแน่ใจว่าคุณไม่เป็นโรคนอนไม่หลับ เพราะคนที่นอนไม่หลับหากแอบงีบในตอนกลางวันแล้วในเวลากลางคืนคุณจะเป็นเวลาที่สุดแสนทรมานสำหรับคุณมากทีเดียว
หากต้องการงีบ ควรงีบในช่วงสั้นๆสักแค่ครึ่งชั่วโมง ไม่ควรเกินกว่านั้นเพราะยิ่งนอนกลางวันนานเท่าใดร่างกายของคุณก็จะยิ่งตื่นตัวในเวลากลางคืน
เวลาที่ควรงีบคือในช่วงเที่ยงวันหลังรับประทานอาหารเสร็จ เพราะในช่วงเวลานี้เมื่อตื่นขึ้นมาร่างกายของคุณจะกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าเวลาอื่น
หากคุณง่วงนอนในตอนกลางวันแต่งีบไม่ได้ ขอแนะนำให้คุณเดินไปมาหรือหากิจกรรมแทน เพราะเมื่อเลยเวลาไปแล้วร่างกายจะสามารถปรับตัวได้เอง
วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552
นิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง
1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
2. กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น
3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์
4. ทานของหวานมากเกินไป การกินของหวานมาก จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์
6. การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อนการอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้
7. นอนคลุมโปง การนอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลง
10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของ
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552
เคยสังเกต “ข้อเสีย” ที่อยู่ในตัวเองกันบ้างรึเปล่าจ๊ะ
วิธีการดูก็ง่ายมาก เพียงแค่ดูที่ราศีเกิดเท่านั้น!!
ราศีเมษ (21 มี.ค.-20 เม.ย.) >> เป็นคนใจร้อน ใจเร็ว ไม่อดทน อยู่สงบๆ ไม่เป็น สะเพร่า บุ่มบ่าม เจ้าโทโส เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางโลก หัวดื้อ ตลบตะแลง ชอบบงการและเพียบพูนด้วยตัณหา ความทะยานอยากได้อยากมี
ราศีพฤษภ (21 เม.ย.-21 พ.ค.) >> เป็นคนหน้าตาดีเอามากๆ แต่ก็ดื้อหัวชนฝาทีเดียวเชียว นิยมบ้าวัตถุ ขี้อิจฉา เจ้าคิดเจ้าแค้น ชอบทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตามใจตัวเอง ดันทุรัง ชอบโต้แย้งเป็นที่สุด
ราศีมิถุน (22 พ.ค.-21 มิ.ย.) >> ถึงจะเป็นคนที่สนุกสนานรื่นเริง แต่ส่วนเสียประจำราศีนี้ คือ เหลาะแหละ โลเล ขี้เบื่อ กวนประสาท อยู่ไม่สุข ช่างกังวลและเครียดง่าย ชอบสอดรู้สอดเห็น ชอบยักย้ายเปลี่ยนแปลง และมักพาลหาเรื่องทะเลาะวิวาท
ราศีกรกฎ (22 มิ.ย.-23 ก.ค.) >> เป็นชาวราศีที่น่ารักมีน้ำใจ แต่ข้อเสีย คือชอบผัดวันประกันพรุ่ง ขี้ระแวง นึกถึงแต่ตัวเอง หงุดหงิดง่าย ทำอะไรไม่เรียบร้อย อยากได้โน่นนี่ ไม่ตรงไปตรงมา ขุ่นใจเป็นประจำ หวั่นไหวง่าย ถ้าเป็นหญิงก็มักจะร้องไห้บ่อย เพราะอารมณ์พุ่งกระฉูดเสมอ
ราศีสิงห์ (24 ก.ค.-23 ส.ค.) >> ชาวสิงห์เกิดมาเป็นนักปกครอง จึงมักหยิ่ง ยโส โอหัง เชื่อมั่นตัวเองจนล้นเกิน มีความทะเยอทะยานสูง ชอบคุยโว ชอบวางมาด ขี้อิจฉา เจ้าทิฐิ เจ้าเล่ห์ ชอบควบคุม อวดดี ชอบก้าวก่ายแทรกแซง
ราศีกันย์ (24 ส.ค.-23 ก.ย.) >> เป็นชาวราศีที่สุดเซ็กซี่ แต่ก็สามารถครองตำแหน่งจอมจู้จี้ จุกจิก ชอบติ ชอบบ่น เจ้าทุกข์ ช่างวิตกกังวล โลเล ชอบอวดรู้ ชอบโต้แย้ง
ราศีตุลย์ (24 ก.ย.-23 ต.ค.) >> ชาวราศีนี้สุดฟู่ฟ่าก็จริง หากชอบหนีปัญหา ไม่ยอมตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไร ชอบนินทา เป็นนักยักย้ายเปลี่ยนแปลง ถูกชักจูงง่าย ถูกหลอกก็ง่าย ชอบเหมางาน เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ทนการวิจารณ์ติติงไม่ได้เลย
ราศีพิจิก (24 ต.ค.-22 พ.ย.) >> มีลับลมคมนัย คิดมาก ขี้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนง่ายและรุนแรง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ดื้อรั้น ขี้โมโห ขี้อิจฉา ชอบเรียกร้องคนอื่น เจ้าคิดเจ้าแค้น
ราศีธนู (23 พ.ย.-21 ธ.ค.) >> เป็นพวกมองโลกในแง่ดีอย่างหลับหูหลับตา อยู่นิ่งไม่ได้ ไม่มีไหวพริบ ชอบเป็นเผด็จการ ไม่ยอมใคร เชื่อมั่นตนเองจนล้นเกิน ชอบเรียกร้องคนอื่น ขวานผ่าซาก ชอบอยู่ตามลำพัง ไม่สนใจใคร และไม่รับผิดชอบ แต่น่าแปลกที่ใครๆ กลับมารุมตอมชาวราศีนี้กัน
ราศีมังกร (22 ธ.ค.-20 ม.ค.) >> เอาใจยาก ช่างติ ขี้ระแวง ทะเยอทะยานสูง หัวรั้น เข้มงวด ช่างวิตกกังวล มักเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ ชอบไต่เต้าแสวงหาตำแหน่งหรือสถานภาพสูงๆ ไม่เคยพึงพอใจอะไรเลย
ราศีกุมภ์ (21 ม.ค.-19 ก.พ.) >> ชาวราศีนี้แม้ดูสมบูรณ์แบบไปหมด แต่เป็นพวกไร้อารมณ์ ไม่มีไหวพริบ ชอบมีความลับ เย็นชา ไม่อ่อนไหว ดันทุรัง ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ต่อต้านสังคม เดาใจยาก มักมีอะไรประหลาดๆ หรือ ทำอะไรพิลึกพิลั่น
ราศีมีน (20 ก.พ.-20 มี.ค.) >> นี่ก็เป็นอีกราศีที่ชอบหลบเลี่ยงปัญหา ชอบมีลับลมคมใน และทำตัวเป็นปริศนา ใจลอยเป็นที่หนึ่ง จะพูดจะทำอะไรก็คลุมๆ เครือๆ ไม่ชัดเจน ขี้เกียจหลุดโลก ลังเล อ่อนไหวเกินเหตุ ถูกหลอก หรือถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควรได้ง่าย เป็นคนที่ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้
ทราบ “ข้อเสีย” ที่ซ่อนอยู่ในตัวกันไปแล้วนะจ๊ะ
ตรงกันบ้างรึเปล่าจ๊ะ
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
เรื่องแปลก
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
|
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
สำหรับคนที่หมดกำลังใจ
หากพบกับความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าชีวิตคุณล้มเหลว
เพียงแค่คุณยังทำมันไม่สำเร็จเท่านั้น
เมื่อบางอย่างล้มเหลว
อย่างน้อย เราก็ๆได้เรียนรู้บางอย่างจากสิ่งที่เราทำ
เมื่อเราล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าเราโง่
แต่เรามั่นใจและเต็มใจที่จะลองต่างหาก
ความล้มเหลวไม่ได้บอกว่าเลิกซะเถอะ คุณไม่มีหวังหรอก
มันแค่บอกคุณต้องลองหาทางใหม่ ๆ
ความล้มเหลวไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ว่าคุณต้องต่ำ
มันแค่บอกว่าคุณไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ (ซึ่งก็เหมือนใครๆ )
ความล้มเหลวไม่ได้ทำให้คุณเสียเวลาไปเปล่า ๆ
แต่เป็นเหตุผลที่ดีในการเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ
ความล้มเหลวไม่ได้บอกให้คุณยอมแพ้
มันบอกกับคุณว่า พยายามให้มากขึ้น
ความล้มเหลวไม่ได้บอกว่าคุณไม่มีทางทำได้
มันเพียงแต่บอกว่าต้องใช้เวลาหน่อย
ทุกเช้าเมื่ออาทิตย์เริ่มจับขอบฟ้าในป่าอัฟริกา
สิงโตรู้ว่ามันต้องวิ่งล่ากวางตัวที่วิ่งช้าที่สุด
ขณะเดียวกัน กวางเองก็รู้ว่ามันต้องวิ่งให้เร็วที่สุด หรือไม่ก็ตาย
จุดสำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่ว่า คุณเป็นสิงโตหรือกวาง
เพียงแต่วิ่งให้สุดกำลังของตน เมื่อถึงคราวก็พอ
********เราหวังว่าคุณจะมีกำลังใจในการทำอะไร
เพื่อวันข้างหน้ามากขึ้น*******
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
คุณค่าของเวลา
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 4 ปีมีค่าขนาดไหน ถามนิสิตนักศึกษาที่เพิ่งรับปริญญาจากมหาวิทยาลัย
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ปีมีค่าขนาดไหน ถามนักเรียนที่สอบไล่ตก
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 9 เดือนมีค่าขนาดไหน ถามแม่ที่เพิ่งคลอดลูก
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 เดือนมีค่าขนาดไหน ถามมารดาที่คลอดบุตรยังไม่ครบกำหนด
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 อาทิตย์มีค่าขนาดไหน ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ชั่วโมงมีค่าขนาดไหน ถามคนรักที่รอพบกัน
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 นาฑีมีค่าขนาดไหน ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทาง หรือเรือบิน
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 วินาฑีมีค่าขนาดไหน ถามคนที่รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างหวุดหวิด
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลาเสี้ยวหนึ่งของวินาฑีมีค่าขนาดไหน ถามนักกีฬาโอลิมปิคที่ชนะเหรียญเงิน
ถ้าท่านอยากรู้ว่ามิตรภาพมีค่าขนาดไหน เสียเพื่อนสักคนหนึ่ง
เวลาไม่เคยรอใคร เมื่อมันผ่านไปแล้ว มันจะไม่กลับมาอีก จงใช้เวลาของท่านทุกขณะอย่างดีที่สุด
ท่านจะรู้คุณค่าของเวลาเมื่อท่านแบ่งปันกับคนที่พิเศษสุดในชีวิตของท่าน
